th

ภาษาอังกฤษกับครอบครัวอุปถัมภ์: 8 ประโยคหลักและการฝึกก่อนเดินทาง

กุญแจบ้านกับป้ายที่มีคำถามภาษาอังกฤษว่าขออาบน้ำก่อนอาหารเย็นได้ไหม

ภาษาอังกฤษสำหรับการพักกับครอบครัวอุปถัมภ์เริ่มจากการแนะนำตัว ถามกติกา บอกอาหารที่กินไม่ได้ แจ้งแผน ขอความช่วยเหลือ ปฏิเสธ และขอบคุณด้วยประโยคสั้น เลือกประโยคหลักหนึ่งประโยคสำหรับแต่ละสถานการณ์ทั้งแปด ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันลา แล้วเปลี่ยนชื่อ เวลา อาหาร หรือสิ่งที่ขอให้ตรงกับตัวเอง ก่อนเดินทาง กองบรรณาธิการเสนอให้ฝึกอ่าน→ปรับเป็นประโยคของเรา→ปิดภาษาอังกฤษแล้วพูด→ฝึกขอให้พูดซ้ำเมื่อยังไม่เข้าใจ

บทความสำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้ใหญ่ และผู้ปกครองที่ช่วยเตรียมการพักในต่างประเทศ ผู้เดินทางต้องพูดเองได้ ไม่ใช่มีเพียงบทแนะนำตัวสวย ๆ ที่คนอื่นเขียนให้ ตัวอย่างแต่งโดยกองบรรณาธิการ กติกาการอาบน้ำ ซักผ้า และกลับบ้านต้องถามครอบครัวกับโครงการจริง ไม่ใช้ภาพจำของประเทศแทนคำตอบ แผนหนึ่งสัปดาห์เป็นการแบ่งงานเตรียมตัว ไม่รับประกันความคล่องหรือความปลอดภัย

ควรพูดอะไรได้บ้าง? 8 สถานการณ์

เริ่มจากประโยคที่จะใช้จริงในแต่ละสถานการณ์ แล้วเพิ่มประโยคเสริมเฉพาะที่จำเป็น ไม่ต้องท่องทั้งตาราง

สถานการณ์ ประโยคหลัก ส่วนที่เปลี่ยน ข้อควรระวัง
วันแรกและแนะนำตัว Please call me Hana. ชื่อที่อยากให้เรียก ถามว่าจะเรียกเจ้าของบ้านอย่างไร
กติกา: อาบน้ำ ซักผ้า และเวลากลับ Is it okay if I take a shower before dinner? กิจกรรมและเวลา ถามกติกาของบ้านนี้
อาหารและสิ่งที่กินไม่ได้ I can’t eat peanuts. อาหารกับเหตุผลจริง แยกอาการแพ้จากความชอบ
แจ้งแผนและการกินอาหารเย็น I’ll be home at six today. วันกับเวลากลับ แจ้งเรื่องอาหารและการเปลี่ยนแผนด้วย
ขอความช่วยเหลือกับอุปกรณ์ Could you show me how to use this? สิ่งของหรือการใช้งาน ขออนุญาตและถามวิธีใช้แยกกัน
ไม่สบายหรือมีปัญหา I’m not feeling well. Could you help me contact my school? อาการกับผู้ที่ต้องการติดต่อ ยืนยันช่องทางฉุกเฉินก่อนเดินทาง
ปฏิเสธและขอโทษ No, thank you. I’m full. เหตุผลจริง อย่าใช้คำว่าอิ่มปิดบังข้อจำกัดอาหาร
กล่าวลาและขอบคุณ Thank you for making me feel welcome. ประสบการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นจริง ตรวจรายละเอียดการออกเดินทางด้วย

คำขอให้พูดซ้ำที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์คือ Could you say that again, please? หมายถึงช่วยพูดอีกครั้ง หากฟังซ้ำแล้วยังไม่เข้าใจ ขอให้เขียนเวลา ชื่อ หรือขั้นตอนให้ดู ถามได้ไม่ได้แปลว่าเข้าใจคำตอบแล้ว

แปดสถานการณ์แบ่งเป็นวันแรก ชีวิตประจำวัน ขอให้ช่วย และวันลา
เลือกตามลำดับชีวิตจริง พร้อมประโยคขอให้ช่วยอธิบายอีกครั้ง

1. วันแรกและแนะนำตัว

เมื่อได้รับการต้อนรับ ให้ทักทายและบอกชื่อที่อยากให้เรียก ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องโรงเรียน งานอดิเรก และอนาคตทั้งหมดในครั้งเดียว

ประโยคหลัก: Please call me Hana. — เรียกฉันว่าฮานะนะ I’m still learning English, so please speak slowly. — ฉันยังเรียนภาษาอังกฤษอยู่ ช่วยพูดช้า ๆ หน่อย

ปรับให้เป็นของเรา: Please call me Ren. — เรียกฉันว่าเรนนะ เปลี่ยนเป็นชื่อที่ใช้จริง หากเพิ่มงานอดิเรก เลือกสิ่งที่คุยต่อได้ ถามการเรียกอีกฝ่ายด้วย ภาษาอังกฤษไม่มีคำลงท้ายเหมือนไทย จึงไม่ต้องพยายามเติมคำไทยหรือแปลมารยาททั้งหมดในประโยคยาว แยกคำทักทายกับสิ่งที่ขอได้

เมื่อฟังไม่เข้าใจ: Could you write your name down, please? — ช่วยเขียนชื่อให้ดูได้ไหม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ท่องบทแนะนำตัวยาวแล้วเริ่มใหม่ทุกครั้งที่มีคำถามแทรก พูดชื่อแล้วหยุดฟัง ผู้ปกครองช่วยได้ แต่ผู้เดินทางควรเล่าเนื้อหานั้นเองได้

ฝึกต่อได้จาก แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ.

2. กติกา: อาบน้ำ ซักผ้า และเวลากลับ

วันแรกอาจมีการพาดูบ้านและอุปกรณ์ หากเหนื่อย ถามสิ่งที่ต้องใช้ตอนนี้ก่อน แล้วจดคำตอบสำคัญไว้

ประโยคหลัก: Is it okay if I take a shower before dinner? — ขออาบน้ำก่อนอาหารเย็นได้ไหม What time should I be home? — ควรกลับถึงบ้านกี่โมง

ปรับให้เป็นของเรา: Is it okay if I do my laundry tomorrow? — ขอซักผ้าพรุ่งนี้ได้ไหม ถามช่วงเวลาอาบน้ำ วันและวิธีซักผ้า รวมถึงการตกลงเวลากลับ ก่อนอาหารเย็นใช้เมื่อรู้เวลากินแล้ว อย่าเหมาว่าทุกครอบครัวในประเทศเดียวกันอาบน้ำหรือซักผ้าเหมือนกัน

เมื่อฟังไม่เข้าใจ: Could you write the time down, please? — ช่วยเขียนเวลาให้หน่อยได้ไหม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ได้ยินว่าใช้ได้แล้วคิดว่ารู้เวลา วิธีใช้ และวิธีเก็บเรียบร้อยด้วย ถามทีละเรื่อง ตรวจคำตอบและเงื่อนไขก่อนถามต่อ ความเคยชินที่บ้านตัวเองไม่ใช่กติกาที่นี่

3. อาหารและสิ่งที่กินไม่ได้

อาจมีการชวนกินเพิ่มหรือถามเมนูวันถัดไป หากมีข้อจำกัดอาหาร ให้ยืนยันก่อนเดินทางว่าโรงเรียนหรือผู้จัดจะส่งข้อมูลให้ครอบครัวอย่างไร

ประโยคหลัก: I can’t eat peanuts. — ฉันกินถั่วลิสงไม่ได้ I’m allergic to peanuts. — ฉันแพ้ถั่วลิสง

ปรับให้เป็นของเรา: I can’t eat pork. — ฉันกินหมูไม่ได้ ใช้ประโยคแพ้เมื่อแพ้จริงเท่านั้น แยกความชอบ เหตุผลทางศาสนา และข้อจำกัดสุขภาพ ถ้าต้องการน้อยลงให้บอกเรื่องปริมาณ รู้ชื่ออาหารไม่ได้แปลว่ารู้ส่วนผสม และประโยคนี้อย่างเดียวไม่ยืนยันความปลอดภัยของอาหาร

เมื่อฟังไม่เข้าใจ: Could you write the ingredients down, please? — ช่วยเขียนส่วนผสมให้ดูได้ไหม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: เกรงใจจนบอกว่ากินอะไรก็ได้ทั้งที่มีข้อจำกัดจริง บอกเงื่อนไขก่อนแล้วคุยตัวเลือก หากข้อมูลสำคัญยังไม่ชัด ให้ติดต่อผู้ช่วยที่ตกลงไว้

4. แจ้งแผนและการกินอาหารเย็น

หลังเรียนอาจไปซื้อของหรือพบเพื่อน แจ้งแผนกลับบ้าน และถามครอบครัวกับโครงการว่ากิจกรรมใดต้องขออนุญาตและควรแจ้งใคร

ประโยคหลัก: I’ll be home at six today. — วันนี้ฉันจะกลับถึงบ้านหกโมง Is it okay if I have dinner with my friends tonight? — คืนนี้ขอกินอาหารเย็นกับเพื่อนได้ไหม

ปรับให้เป็นของเรา: I’ll be home at five tomorrow. — พรุ่งนี้ฉันจะกลับถึงบ้านห้าโมง แยกการแจ้งแผนที่ตกลงแล้วกับการขออนุญาตแผนใหม่ เขียนเวลาให้เห็นถ้าอาจสับสนเช้าหรือเย็น ก่อนออกไปถามวิธีแจ้งเปลี่ยนแผนและบอกว่าจะกินที่บ้านไหม

เมื่อฟังไม่เข้าใจ: Could you show me how to contact you, please? — ช่วยบอกวิธีติดต่อคุณได้ไหม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: คิดว่าแจ้งเวลากลับก็พอให้รู้ว่าต้องทำอาหารเผื่อหรือไม่ หากช้า อย่ารอแต่งคำอธิบายยาวจนแจ้งล่าช้า หกโมงเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่เวลาเคอร์ฟิวของทุกบ้าน

5. ขอความช่วยเหลือกับอุปกรณ์

เครื่องซักผ้า กุญแจ หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอาจอธิบายด้วยคำพูดยาก ชี้สิ่งของและขอการช่วยหนึ่งอย่างให้ชัด

ประโยคหลัก: Could you show me how to use this? — ช่วยสอนใช้สิ่งนี้ได้ไหม Could you help me with this? — ช่วยฉันเรื่องนี้ได้ไหม

ปรับให้เป็นของเรา: Could you show me how to use the washing machine? — ช่วยสอนใช้เครื่องซักผ้าได้ไหม หากยังไม่รู้ว่าใช้ได้ไหม ให้ถามก่อน หลังดูตัวอย่างให้ยืนยันขั้นตอนก่อนทำเอง คำขอสุภาพเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบ ไม่รับประกันว่าจะช่วยได้ทันที

เมื่อฟังไม่เข้าใจ: Could you show me again, please? — ช่วยทำให้ดูอีกครั้งได้ไหม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: พูดแค่ซักผ้ากับคำขอจนไม่รู้ว่าต้องการให้ซักให้หรือสอนใช้เครื่อง บอกงานที่ต้องการ หากฟังซ้ำยังไม่รู้เรื่อง ขอให้แสดงอีกครั้งได้

ฝึกต่อได้จาก ขอให้ช่วยเป็นภาษาอังกฤษ.

6. ไม่สบายหรือมีปัญหา

ถ้าไม่สบาย เข้าบ้านไม่ได้ หรือมีปัญหาที่พัก ให้บอกสถานการณ์ปัจจุบันและความช่วยเหลือที่ต้องการก่อน ไม่ต้องแปลเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น

ประโยคหลัก: I’m not feeling well. Could you help me contact my school? — ฉันไม่สบาย ช่วยติดต่อโรงเรียนให้ได้ไหม I need to speak to my homestay coordinator. — ฉันต้องคุยกับผู้ประสานงานที่พัก

ปรับให้เป็นของเรา: I feel sick. Could you help me contact my coordinator? — ฉันรู้สึกไม่ดี ช่วยติดต่อผู้ประสานงานได้ไหม ใช้ชื่อโรงเรียน หน่วยงาน หรือผู้ประสานงานจริง เก็บชื่อ ที่อยู่ และตำแหน่งปัจจุบันเป็นข้อความ แยกช่องทางปกติกับฉุกเฉินนอกเวลาทำการ มีทางติดต่อโดยตรงด้วยหากปัญหาเกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้าน

เมื่อฟังไม่เข้าใจ: Could you write down what I should do next, please? — ช่วยเขียนสิ่งที่ฉันควรทำต่อได้ไหม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: เกรงใจเจ้าของบ้านจนไม่ติดต่อแม้แต่โรงเรียน ประโยคนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการประเมินความเร่งด่วน ทำตามขั้นตอนฉุกเฉินที่ยืนยันไว้ ตรวจหมายเลขฉุกเฉินจากแหล่งทางการของประเทศปลายทาง ไม่ใช้เลขประเทศอื่นแทน

7. ปฏิเสธและขอโทษ

เมื่อถูกชวนกินเพิ่ม ได้รับคำชวน หรือกลับช้า ขอบคุณ ปฏิเสธ และขอโทษเป็นคนละเรื่อง พูดสั้นแยกกันได้

ประโยคหลัก: No, thank you. I’m full. — ไม่ค่ะ ขอบคุณ ฉันอิ่มแล้ว I’m sorry I’m late. — ขอโทษที่มาช้า

ปรับให้เป็นของเรา: Thank you for inviting me, but I need to study tonight. — ขอบคุณที่ชวน แต่คืนนี้ฉันต้องอ่านหนังสือ ให้เหตุผลที่จริง มาช้าก็ขอโทษหนึ่งครั้ง แล้วอธิบายสิ่งจำเป็นกับวิธีแจ้งคราวหน้า ถ้าคำชวนไม่ชัด ให้ถามวันและรายละเอียดก่อนตัดสินใจ

เมื่อฟังไม่เข้าใจ: Do you mean tonight? — หมายถึงคืนนี้หรือเปล่า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ใช้คำว่าอาจจะเพื่อเลี่ยงการปฏิเสธจนอีกฝ่ายไม่รู้ว่าตกลงไหม สามารถขอบคุณแล้วให้คำตอบชัดได้โดยไม่กระด้าง อย่าเหมาว่าทุกครอบครัวต้องการความตรงแบบเดียวกัน

ฝึกต่อได้จาก ขอโทษเป็นภาษาอังกฤษ.

8. กล่าวลาและขอบคุณ

วันสุดท้าย แยกการคืนกุญแจหรือของยืม เวลามารับ และคำขอบคุณ เลือกความทรงจำจริงหนึ่งเรื่อง ไม่ต้องทำคำพูดให้ซาบซึ้งเกินจริง

ประโยคหลัก: Thank you for making me feel welcome. — ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้สึกได้รับการต้อนรับ I really enjoyed cooking with you. — ฉันสนุกกับการทำอาหารด้วยกันมาก

ปรับให้เป็นของเรา: I really enjoyed talking with you after dinner. — ฉันชอบคุยด้วยกันหลังอาหารเย็นมาก เปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่ทำด้วยกันจริง ถ้าให้ของฝาก บอกว่าเป็นของเล็ก ๆ จากบ้านเกิดได้ ของฝากไม่ใช่หน้าที่กับทุกครอบครัว และกฎนำของเข้าประเทศต้องตรวจต่างหากจากแหล่งทางการ

เมื่อฟังไม่เข้าใจ: Could you write that down, please? — ช่วยเขียนเรื่องนั้นให้หน่อยได้ไหม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: มุ่งอ่านคำขอบคุณให้ดีจนลืมว่าจะคืนกุญแจที่ไหนหรือออกกี่โมง ยืนยันเรื่องปฏิบัติก่อน แล้วขอบคุณด้วยเสียงของตัวเอง

ฝึกต่อได้จาก ขอบคุณเป็นภาษาอังกฤษ.

เปลี่ยนประโยคหลักเป็นคำถามของเรา

คงโครงสร้างคำถามไว้ เปลี่ยนกิจกรรมและเวลาทีละส่วน ประโยคอาบน้ำบอกว่าจะทำอะไรและเมื่อไร เป้าหมายคือคำถามที่ใช้จริง ไม่ใช่รวบรวมคำแทนจำนวนมาก

เปลี่ยนคำถามเรื่องอาบน้ำก่อนอาหารเย็นเป็นซักผ้าพรุ่งนี้
เก็บโครงสร้างคำถาม เปลี่ยนกิจกรรมและเวลา ตัวอย่างของกองบรรณาธิการ
  1. เขียนความต้องการจริงเป็นภาษาไทยหนึ่งเรื่อง เช่น อยากซักผ้าพรุ่งนี้
  2. เปลี่ยนกิจกรรมเป็น do my laundry และเวลาเป็น tomorrow
  3. อ่านหนึ่งครั้ง ปิดอังกฤษ แล้วพูดจากคำใบ้สถานการณ์
  4. สมมติว่ายังไม่เข้าใจคำตอบ แล้วฝึกขอให้พูดซ้ำด้วย

Is it okay if I do my laundry tomorrow?

คำตอบตกลงหรือไม่ตกลงก็อาจมีเงื่อนไข คนช่วยซ้อมไม่ต้องแต่งกติกาของเจ้าของบ้าน ให้ฝึกถามซ้ำหรือขอให้เขียนเวลาสำคัญ

เตรียมการเดินทางไปถึงบ้านแยกได้จาก ภาษาอังกฤษสำหรับท่องเที่ยว / ภาษาอังกฤษที่สนามบินและด่านตรวจคนเข้าเมือง.

หนึ่งสัปดาห์ก่อนเดินทาง: จากอ่านเป็นพูดตามสถานการณ์

กองบรรณาธิการให้เรื่องอาหาร คำถามในบ้าน และช่องทางช่วยเหลือมาก่อนขัดเกลาบทแนะนำตัว หากเวลาน้อยให้สุขภาพและสิ่งจำเป็นในชีวิตมาก่อน

เมื่อไร เตรียม ฝึกพูด ตรวจ
7 วันก่อน ติดต่อและอาหาร อาหารที่กินไม่ได้กับขอช่วย ผู้เดินทางและผู้ปกครองรู้ช่องทาง
6 วันก่อน อาบน้ำ ซักผ้า กลับบ้าน เปลี่ยนกิจกรรมและเวลา ไม่แต่งกติกาวัฒนธรรม
5 วันก่อน ชื่อและงานอดิเรกหนึ่งอย่าง พูดชื่อ หยุด ฟัง เริ่มได้โดยไม่ดูบท
4 วันก่อน แผนหลังเรียน เวลากลับและปรึกษาอาหาร วัน เวลา การติดต่อ
3 วันก่อน ขอช่วย ปฏิเสธ ขอโทษ หนึ่งเรื่องกับถามซ้ำ ไม่ตกลงทั้งที่ไม่เข้าใจ
2 วันก่อน เลือกแปดประโยคที่ใช้ พูดจากคำใบ้และฟังบันทึก แก้จุดติดหนึ่งจุด
วันก่อนเดินทาง ที่อยู่ ติดต่อ การเดินทาง สองประโยคยากและถามซ้ำ ข้อมูลดูได้เมื่อแบตหมด
เตรียมช่องทางติดต่อ ปรับคำถาม พูดโดยไม่ดู และฝึกขอให้พูดซ้ำ
ข้อเสนอเพื่อเตรียมตัว ไม่รับประกันพัฒนาการในหนึ่งสัปดาห์

เพื่อนหรือผู้ปกครองบอกสถานการณ์แล้วรอให้ผู้เดินทางพูด ไม่บอกคำตอบแทน ฟังเสียงของตัวเองแล้วเลือกตรวจหนึ่งอย่าง: เวลา คำปฏิเสธ หรือพูดคำขอจบไหม การไม่ตกหล่นข้อมูลสำคัญมาก่อนอ่านย่อหน้ายาวได้ลื่นในขั้นนี้

เก็บประโยคของเราแล้วฟัง: ภาพจริงของ SpeakGain

เพื่อเป็นตัวอย่างการเก็บประโยคไว้ฟังก่อนเดินทาง เราเพิ่มคำถามอาบน้ำเดียวกันใน SpeakGain ขั้นตอนต่อไปนี้ตรวจบนอุปกรณ์เฉพาะแล้ว

  1. ใส่อังกฤษในหน้า Add ปกติ แล้วเลือก Add a card
  2. เปิด Knowledge ของบัตรใหม่ใน Card library แล้วเลือก Learn this card
  3. ฟังใน Listening โดยยังไม่เห็นอังกฤษแล้วลองพูด เลือก Reveal answer เพื่อเปิด Answer ดูประโยคและคำอธิบายที่เก็บไว้

บัตรนี้เริ่มที่ Listening หน้า Answer มีการเล่นเสียงและตัวเลือกช่วงทบทวน เราเลือก Good หนึ่งครั้งและตรวจว่ามีบันทึกการทบทวน

ภาพจริงของ Listening ใน SpeakGain ที่ซ่อนประโยคและให้ฟังเสียง
ภาพจริงหน้า Listening ส่วนติดต่อเป็นภาษาอังกฤษ
ภาพจริงของ Answer ใน SpeakGain แสดงคำถามอาบน้ำและคำอธิบายอังกฤษ
ภาพจริงหน้า Answer ประโยคเดียวกันและความหมายแสดงเป็นอังกฤษ

ฟังประโยคนี้

เสียง AI ของ Viking ที่สร้างในขั้นตอนเพิ่มบัตรปกติ ไม่ใช่เสียงบันทึกจากมนุษย์เจ้าของภาษา

เวลาฝึกเอง ฟังแล้วปิดข้อความ และพูดจากคำใบ้ว่าอยากถามเรื่องอาบน้ำก่อนอาหารเย็น นี่คือข้อเสนอของกองบรรณาธิการ ในบ้านจริงยังต้องตรวจคำตอบของเจ้าของบ้านและถามซ้ำเมื่อไม่เข้าใจ

วิธีเตรียมที่กองบรรณาธิการไม่แนะนำ

ท่องหลายสิบประโยคพร้อมกัน อาจแย่งเวลาฝึกเรื่องอาหาร เวลากลับ และการขอช่วยจริง เริ่มหนึ่งประโยคต่อสถานการณ์แล้วเพิ่มเมื่อจำเป็น

ใช้ภาพจำของประเทศเป็นกติกาบ้าน ข้อมูลวัฒนธรรมทั่วไปไม่ตอบแทนครอบครัวและโครงการนี้ เตรียมคำถามและพื้นที่จดคำตอบ

ฝึกยิ้มพยักหน้าเมื่อไม่เข้าใจ การตอบรับอย่างเป็นมิตรไม่ใช่การตกลงเรื่องเวลาหรืออาหาร ถามซ้ำ ขอข้อความ และตรวจข้อมูลสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

อังกฤษไม่เก่งก็พักได้ไหม

ถามเกณฑ์เข้าร่วมและการช่วยเหลือจากโครงการ เตรียมประโยคกับช่องทางติดต่อได้ แต่ไม่ควรคิดว่าทุกสถานการณ์ไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ

ควรถามอะไรเป็นอย่างแรก

สิ่งที่ต้องใช้ตอนนี้ เช่น อาบน้ำ ซักผ้า อาหาร เวลากลับ และวิธีแจ้งเปลี่ยนแผน ถามทีละเรื่องและจดข้อมูลสำคัญ

บอกอาหารที่กินไม่ได้อย่างไร

ระบุอาหารและเหตุผลจริง ใช้ประโยคแพ้เมื่อแพ้จริง และยืนยันการแจ้งข้อมูลก่อนเดินทาง

ถ้าฟังคำตอบไม่เข้าใจล่ะ

ขอให้พูดซ้ำ แล้วขอให้เขียนหรือแสดงใหม่ อย่าตกลงกับเงื่อนไขที่ไม่ชัด

ให้ของฝากควรพูดอะไร

บอกว่าเป็นของเล็ก ๆ จากบ้านเกิดและอธิบายหนึ่งอย่างได้ ไม่ใช่ข้อบังคับทุกบ้าน ตรวจการนำเข้าต่างหาก This is a small gift from my hometown.

มีปัญหาขอช่วยแค่เจ้าของบ้านพอไหม

ไม่พอ ควรเตรียมช่องทางปกติและฉุกเฉินของโรงเรียนหรือหน่วยงาน รวมถึงทางตรงสำหรับเรื่องที่คุยกับเจ้าของบ้านไม่ได้

หนึ่งสัปดาห์จะพูดคล่องไหม

ไม่มีคำรับประกันนั้น สัปดาห์นี้ใช้เลือกประโยคและช่องทางติดต่อ พร้อมลองพูดจากคำใบ้สถานการณ์

ความเห็นบรรณาธิการ: เตรียมประโยคและการตรวจคำตอบคู่กัน

เลือกประโยคของเราในแปดสถานการณ์ พร้อมคำถามซ้ำและช่องทางช่วยเหลือ อาหาร กติกา และการขอช่วยควรมาก่อนบทแนะนำตัวสวย ๆ พูดคำถามอาบน้ำ เปลี่ยนให้ตรงตัวเอง แล้วฝึกถามซ้ำ: Is it okay if I take a shower before dinner?

ถ้ากำลังจะไปเรียนต่างประเทศ ใช้แผนฝึกพูดก่อนเดินทางเลือกสิ่งสำคัญเมื่อเหลือ3เดือน1เดือนหรือ1สัปดาห์ และเตรียมประโยคเมื่อถึง