SpeakGain
th

เรียนภาษาอังกฤษจากเกมอย่างไร ให้เข้าใจบทพูดและนำไปใช้ได้

มือกำลังจดบทพูดจากเกมทีละประโยคข้างหน้าจอเกมที่ตั้งค่าเป็นภาษาอังกฤษ

เมื่ออยากเรียนภาษาอังกฤษจากเกม ต้องแยกให้ชัดก่อนว่ากำลังหา เกมเพื่อการเรียนภาษา หรืออยากเปลี่ยนการ เล่นเกมที่ชอบเป็นภาษาอังกฤษ ให้เป็นการเรียนรู้ หากเป็นแบบแรก การค้นหา “เรียนภาษาอังกฤษ” ในร้านแอปก็มีตัวเลือกมากมาย บทความนี้พูดถึงแบบหลัง

คำตอบสั้น ๆ คือ อย่าหวังว่าจะจำได้จากการเล่นอย่างเดียว เลือกเกมที่รู้เนื้อเรื่องอยู่แล้ว ย้อนอ่านคำบรรยายหรือบันทึกบทสนทนาได้ และมีช่วงที่พอจะสนใจข้อความได้ ระหว่างเล่น ให้ค้นเฉพาะภาษาอังกฤษที่จำเป็นต่อการไปต่อ ทำเครื่องหมายบทพูดสั้น ๆ ที่อยากใช้เอง และเก็บไว้ทั้งประโยค หลังเล่นจึงค่อยตรวจความหมายและเสียง พูดออกเสียง แล้วกลับมาทบทวนอีกครั้ง วิธีนี้ช่วยให้เก็บสำนวนที่อยากใช้ได้โดยไม่ทำลายความสนุกของเกม

เล่นเกมที่ชอบเป็นภาษาอังกฤษแล้วได้เรียนจริงไหม?

คำตอบคือ ได้ แต่มีเงื่อนไข สองข้อ: เลือกเกมที่มีภาษาอังกฤษมากพอ และแยกขั้นตอนการจำออกจากเวลาเล่น การเล่นเป็นภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ได้ภาษาอังกฤษทุกด้าน และยังต้องเรียนพื้นฐานอย่างไวยากรณ์จากแหล่งอื่น

งานทดลองกับนักศึกษาญี่ปุ่น 80 คนเปรียบเทียบผู้ที่เล่นเกมดนตรีภาษาอังกฤษเองกับผู้ที่ดูหน้าจอเดียวกันจากข้าง ๆ ทั้งสองกลุ่มจำคำในเกมได้ แต่ กลุ่มที่เล่นจำคำได้น้อยกว่า ผู้เล่นบอกว่าการใส่ใจทั้งการควบคุมเกมและภาษาอังกฤษพร้อมกันเป็นเรื่องยาก (deHaan, Reed & Kuwada, 2010) งานนี้ศึกษาจากเกมเพียงเกมเดียว จึงใช้สรุปกับทุกเกมไม่ได้ แต่ชี้ว่าช่วงที่ต้องควบคุมเกมอย่างเร่งรีบอาจทำให้ใส่ใจภาษาได้น้อยลง

ดังนั้น บทความนี้จึงแนะนำในทางปฏิบัติให้ แยกเวลาเล่นออกจากเวลาตรวจทบทวน ระหว่างเล่นอย่าหยุดบ่อย แล้วค่อยตรวจสำนวนที่ทำเครื่องหมายไว้หลังเล่น ขั้นตอนต่อไปนี้ออกแบบตามหลักดังกล่าว

เลือกเกม: ตรวจ 5 ข้อ

เงื่อนไขแรกคือเป็นเกมที่คุณชอบ จากนั้นตรวจอีก 5 ข้อ

รายการตรวจห้าข้อสำหรับเลือกเกมมาเรียนภาษาอังกฤษ ได้แก่ รู้เนื้อเรื่อง ย้อนอ่านคำบรรยายได้ มีเสียงอังกฤษ มีข้อความหรือบทสนทนามาก และมีสำนวนที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาก
ไม่จำเป็นต้องครบทุกข้อ เลือกเกมที่ทำให้ใส่ใจภาษาอังกฤษได้ง่ายและกลับมาทบทวนหลังเล่นได้
  1. รู้เนื้อเรื่องอยู่แล้ว เกมที่เคยเล่นจบเป็นภาษาไทย หรือเรื่องที่รู้จักจากต้นฉบับหรือภาพยนตร์จะเริ่มได้ง่ายกว่า เมื่อรู้โครงเรื่อง แม้ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษบางช่วงก็ยังตามเหตุการณ์และเล่นต่อได้
  2. มีคำบรรยายภาษาอังกฤษและย้อนอ่านได้ ถ้ามีบันทึกบทสนทนา ย้อนดูข้อความ หรือหยุดเกมได้ คุณจะอ่านบทพูดที่ฟังพลาดตามจังหวะของตัวเอง
  3. มีเสียงภาษาอังกฤษ ใช้ย้อนตรวจเสียงหลังเล่นได้ เกมที่มีแต่ข้อความก็ยังใช้ฝึกอ่านได้
  4. มีข้อความและบทสนทนามาก RPG เกมผจญภัย วิชวลโนเวล และเกมจำลองชีวิตมักมีภาษาเยอะ ส่วนเกมแข่งขันหรือแอ็กชันที่เน้นการควบคุมมักมีภาษาน้อยและผู้เล่นยุ่งกว่า
  5. มีสำนวนที่ใช้ในชีวิตจริงมาก เกมฉากร่วมสมัยหรือมีบทสนทนาประจำวันช่วยให้พบสำนวนที่นำไปใช้เองได้ง่ายกว่า สำนวนโบราณในแฟนตาซีและศัพท์เฉพาะอาจมีโอกาสใช้น้อย

การรองรับภาษาอังกฤษต่างกันในแต่ละเกม ตรวจช่องภาษาที่รองรับในหน้าร้านค้า บางเกมต้องเปลี่ยนภาษาจากเมนูในเกม ไม่ใช่การตั้งค่าของเครื่อง

การตั้งค่า: เริ่มจากคู่เสียงและคำบรรยายที่ยังเข้าใจได้

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งเสียงและคำบรรยายเป็นอังกฤษทันที โดยทั่วไปแบ่งได้สามระดับ

  • เสียงภาษาไทย + คำบรรยายอังกฤษ (หรือเสียงอังกฤษ + คำบรรยายไทย): ตามเรื่องด้วยภาษาแม่ และรับภาษาอังกฤษเพียงช่องทางเดียว
  • เสียงอังกฤษ + คำบรรยายอังกฤษ: อ่านไปพร้อมกับฟัง
  • เสียงอังกฤษอย่างเดียว: ไม่มีคำบรรยาย

เสียงอังกฤษพร้อมคำบรรยายอังกฤษไม่ได้ดีที่สุดเสมอ หากเล่นด้วยชุดที่ไม่เข้าใจ คุณจะตามเรื่องไม่ทัน หมดสนุก และเลิกในที่สุด เกณฑ์คือ อ่านคำบรรยายแล้วตามเรื่องได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ ให้ถอยหนึ่งระดับหรือเปลี่ยนเกม หากรู้เนื้อเรื่องอยู่แล้ว มักเริ่มด้วยเสียงและคำบรรยายอังกฤษได้

ระหว่างเล่น: แบ่งเป็น หยุด เดา และเก็บ

ถ้าค้นทุกคำหรือทุกบทพูดที่ไม่เข้าใจ เกมจะไม่เดินหน้า ให้แบ่งสิ่งที่พบเป็นสามกลุ่ม

ผังตัดสินใจเมื่อเจอภาษาอังกฤษที่ไม่เข้าใจในเกม หากจำเป็นต่อการไปต่อให้หยุดค้น หากเดาได้ให้เล่นต่อ และหากอยากใช้เองให้ทำเครื่องหมายไว้เก็บภายหลัง
ระหว่างเล่นให้หยุดเท่าที่จำเป็น และย้ายการตรวจความหมายอย่างละเอียดไปไว้หลังเล่น
  1. หยุดแล้วค้น เฉพาะคำที่ไม่รู้แล้วไปต่อไม่ได้ เช่น ตัวเลือก จุดหมาย หรือรายละเอียดภารกิจ เมื่อรู้แล้วให้กลับเข้าเกมทันที
  2. เดาแล้วเล่นต่อ คำบรรยายฉาก คำสร้างบรรยากาศ หรือคำที่ไม่กระทบโครงเรื่อง ให้เดาจากบริบท ถ้าพบซ้ำจนสะดุดใจ ให้ทำเครื่องหมายไว้เก็บภายหลัง
  3. ทำเครื่องหมายแล้วเก็บทีหลัง คือบทพูดสั้น ๆ ที่รู้สึกว่า “อยากพูดแบบนี้ได้” เช่น คำทักทาย การขอร้อง การปฏิเสธ การบอกความรู้สึก หรือคำตอบรับ ตอนนี้เพียงทำเครื่องหมาย ยังไม่ต้องค้น

จะใช้ภาพหน้าจอ ฟังก์ชันบันทึกของเครื่อง หรือเขียนประโยคลงสมุดก็ได้ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ภายหลังว่า ใครพูดในสถานการณ์ใด หากจดแค่คำเดี่ยว เมื่อกลับมาดูอาจจำฉากและวิธีใช้ไม่ได้

ตั้งกฎจำนวนครั้งที่จะหยุดไว้ล่วงหน้า เช่น “ค้นได้หนึ่งครั้งต่อหนึ่งบทสนทนา” หากยังมีคำที่ไม่รู้อีกมาก นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเกมนี้ยากเกินไปในตอนนี้

หลังเล่น: เก็บประโยคพร้อมฉาก แล้วพูดออกเสียง

หลังเล่น ให้จัดระเบียบบทพูดที่ทำเครื่องหมายไว้ ขั้นตอนนี้แยก “แค่เล่น” ออกจาก “ได้เรียนรู้” เริ่มด้วย 1–3 ประโยคต่อการเล่นหนึ่งครั้งได้ ตัวเลขนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่กฎตายตัว

ห้าขั้นตอนทบทวนหลังเล่น ได้แก่ เก็บประโยคพร้อมฉาก ตรวจความหมาย ตรวจเสียง พูดออกเสียง และกลับมาทบทวนวันหลัง
ระหว่างเล่นเพียงทำเครื่องหมาย แล้วตรวจความหมาย เสียง และการพูดทั้งหมดหลังเล่น
  1. เก็บทั้งประโยคพร้อมฉาก คัดบทพูดทั้งประโยค และเพิ่มสั้น ๆ ว่าใครพูดในสถานการณ์ใด งานวิจัยพบว่าผู้เรียนที่พบคำในบริบทซึ่งมีเบาะแสมากทำคะแนนความหมายได้สูงกว่า (Webb, 2008; ทดลองให้นักศึกษาญี่ปุ่นพบคำเดียวกัน 10 ครั้งในประโยคสั้นที่ให้ข้อมูลต่างกัน) งานนี้ไม่ได้ศึกษาการบันทึกบทพูดหรือภาพหน้าจอเกมโดยตรง แต่แสดงว่าบริบทช่วยให้เข้าใจความหมาย การเก็บทั้งประโยคคือวิธีเชิงปฏิบัติของบทความนี้ในการเก็บเบาะแสนั้นไว้
  2. ตรวจความหมาย ใช้พจนานุกรมตรวจความหมายและคำถอดความ เป้าหมายไม่ใช่ท่องคำแปล แต่คือเข้าใจว่าใช้ในสถานการณ์แบบใด
  3. ตรวจเสียง หากเกมมีเสียงอังกฤษ ให้เล่นฉากนั้นซ้ำ หากไม่มี ให้ฟังเสียงอ่าน
  4. พูดออกเสียง พูดตามเสียงเพื่อดูว่าพูดเองได้หรือไม่ ถ้าติดตรงคำใดให้ฟังซ้ำ การพูดออกเสียงใช้เพื่อตรวจด้วยตัวเองว่าจำได้หรือยัง
  5. กลับมาดูอีกครั้งภายหลัง อย่าพยายามจำให้ได้ในครั้งเดียว งานวิเคราะห์ด้านความจำและการเรียนรู้เนื้อหาที่เป็นถ้อยคำพบว่า การเว้นช่วงแล้วฝึกใหม่สัมพันธ์กับการคงอยู่ของความจำ (Cepeda et al., 2006; เมตาอะนาลิซิส 317 การทดลอง) งานนี้ไม่ได้ศึกษาเฉพาะการเรียนภาษา ระยะห่างที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับว่าต้องการจำไว้นานเท่าไร จึงไม่ต้องกำหนดตายตัวว่ากี่วัน แค่กลับมาดูเมื่อเริ่มลืมแล้วพูดอีกครั้งก็พอ

เริ่มจากปริมาณที่ทำเสร็จได้ในเวลาสั้น ๆ เช่น 10 นาทีก่อนเล่นเกมครั้งต่อไป ให้ความสำคัญกับการทำขั้นตอนสั้น ๆ ให้ครบมากกว่าการเพิ่มจำนวนประโยค นี่เป็นเพียงแนวทางเริ่มต้น ไม่ได้รับประกันว่าจะทำต่อเนื่องได้เสมอ

ถ้าไม่เวิร์ก ให้ทบทวนตรงไหน

  • มีคำที่ไม่รู้มากเกินไปในหนึ่งหน้าจอ เปลี่ยนเป็นเกมที่รู้เนื้อเรื่อง หรือถอยการตั้งค่าเสียงและคำบรรยายหนึ่งระดับ
  • ควบคุมเกมยุ่งจนอ่านไม่ทัน เปลี่ยนเป็นแนวที่หยุดหรือย้อนบทสนทนาได้ หากชอบแอ็กชัน อาจอ่านอังกฤษเฉพาะช่วงบทสนทนา
  • รู้ทุกคำแต่ไม่เข้าใจประโยค อาจติดที่โครงสร้าง สำนวน หรือบริบท เกมเป็นที่ให้สัมผัสการใช้ภาษา ไม่ใช่หลักสูตรเป็นระบบ ทบทวนพื้นฐานที่เกี่ยวข้องจากสื่อการเรียนแล้วเล่นต่อ
  • ทำต่อไม่ไหว ลดเวลาแต่ละครั้งและเหลือเพียงวันละหนึ่งประโยค หากเปลี่ยนเกมให้เป็นตำรามากเกินไป ความสนุกจะหายก่อน

หากอยากทบทวนบทพูดด้วยเสียง

ขั้นตอนทั้งหมดทำได้ด้วยสมุด พจนานุกรม และตัวเกม หากอยากฟังและฝึกพูดบทพูดที่เก็บไว้ได้สะดวกขึ้น SpeakGain ซึ่งเป็นแอปที่เราพัฒนาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

หน้าจอการ์ด SpeakGain ภาษาอังกฤษที่ใช้ประโยคจากเกมสมมติ “Hold the eastern gate until every villager is safely inside.” และแสดงความหมาย โครงสร้าง รูปแบบที่นำกลับมาใช้ได้ และสถานการณ์ใช้งาน
การ์ด SpeakGain จากหน้าจอจริงนี้ใช้บทพูดเกมสมมติที่ไม่ติดลิขสิทธิ์ จึงดูความหมายและโครงสร้างก่อนเริ่มฝึกออกเสียงได้

SpeakGain เปลี่ยนประโยคอังกฤษที่คุณกรอกเองเป็นการ์ดสำหรับฟังและพูด เมื่อใส่บทพูดทั้งประโยค จะมีเสียงอังกฤษที่สร้างขึ้นและคำอธิบายความหมาย การถอดความ และตัวอย่าง ฟังแล้วพูดตามได้ และเลือกบันทึกเสียงเพื่อดูผลประเมินการออกเสียงออนไลน์รายคำเมื่อจำเป็นได้ การบันทึกเสียงไม่บังคับ ประวัติการฝึกช่วยเลือกการ์ดที่จะทบทวนครั้งต่อไป จึงลดภาระของการ “กลับมาดูภายหลัง” แอปยังนำข้อความจากหน้าจอเกมเข้าให้อัตโนมัติไม่ได้ คุณต้องกรอกบทพูดและบันทึกว่าใครพูดในฉากใดเอง

สรุป

  • แยกก่อนว่าจะใช้เกมเพื่อการเรียน หรือเล่นเกมที่ชอบเป็นภาษาอังกฤษ
  • เลือกเกมที่รู้เนื้อเรื่อง ย้อนอ่านคำบรรยายได้ และมีข้อความมาก
  • เริ่มด้วยคู่เสียงและคำบรรยายที่ยังตามเรื่องได้
  • ระหว่างเล่น แบ่งเป็นหยุดค้น เดาแล้วไปต่อ และทำเครื่องหมายไว้เก็บทีหลัง
  • หลังเล่น เก็บทั้งประโยคพร้อมฉาก ตรวจความหมายและเสียง พูด และกลับมาทบทวน

แยกเวลาเล่นออกจากเวลาตรวจทบทวน เพียงเท่านี้เกมก็ไม่ใช่แค่ที่สัมผัสภาษาอังกฤษ แต่เป็นที่เก็บสำนวนที่อยากใช้ได้

เอกสารอ้างอิง